เหล่านักช็อปทั้งหลายเคยสังเกตหรือไม่ว่า ตัวเองนั้นเมื่อเห็นป้าย SALE เมื่อไหร่ก็จะรู้สึกใจเต้นรัวเลย แล้วก็อดไม่ได้ทุกครั้งเลยที่จะเข้าไปซื้อ โดยเฉพาะบางคนที่เครียด หรือเหนื่อยจากเรื่องต่าง ๆ แล้วอยากที่จะหาอะไรเยียวยาจิตใจ จึงเลือกที่จะช็อปปิ้งเพื่อบำบัดจิตใจตัวเอง ซึ่งผลวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า 1 ใน 3 ของคนทั่วไปนั้น มักจะเลือกใช้วิธีการช็อปปิ้งเพื่อบำบัดความเครียด หรือที่เรียกกันว่า Retail Therapy มาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า การช็อปปิ้งบำบัดคืออะไร
การช็อปปิ้งบำบัด คืออะไร
การช้อปปิ้งบำบัด หรือ Retail Therapy คือ การบำบัดความเครียดด้วยวิธีการช็อปปิ้ง โดยเมื่อใดก็ตามที่ซื้อของก็จะรู้สึกดีขึ้นมา แล้วทำไมคนเราถึงรู้สึกดีขึ้นได้จากการช็อปปิ้ง นั่นก็เป็นเพราะว่า สมองของคนเราจะหลั่งสารโดปามีนออกมา หรือสารแห่งความสุข จึงทำให้เกิดความรู้สึกดีขึ้นในชั่วขณะที่ได้ช็อปปิ้ง โดยเฉพาะหากว่าสิ่งที่เราซื้อนั้นเป็นสิ่งที่ซื้อให้กับคนพิเศษ ร่างกายของเราก็จะยิ่งหลั่งสารแห่งความสุขออกมามากขึ้นไปอีกนั่นเอง
นอกจากนี้การเราได้ช็อปปิ้งบำบัดก็ยังช่วยทำให้ผู้ที่ได้ซื้อนั้นรู้สึกว่ามีอำนาจ และสามารถที่จะควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในตอนนี้ที่มีการช็อปปิ้งออนไลน์ จึงทำให้เราควบคุมอำนาจในการซื้อสินค้าได้ผ่านปลายนิ้วมือของเราเท่านั้นเอง นั่นจึงทำให้ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมเวลาได้เปิดแอปพลิเคชันช็อปปิ้งสินค้าแล้วถึงรู้สึกดีมาก ๆ
จากความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นจากการช็อปปิ้งนั้น อาจจะทำให้ใครหลายคนประสบปัญหากับการช็อปจนเพลิน เมื่อช็อปเพลินไปหน่อยก็จะทำให้สุดท้ายแล้วก็เกิดการตั้งคำถามกับตัวเองขึ้นมาได้ว่า ซื้อมาทำอะไร หรือ ซื้อมาแล้วจะใช้หรือเปล่า อีกทั้งการช็อปจนเพลินก็ยังทำให้ส่งผลกระทบต่อเรื่องของการเงินในกระเป๋าที่ต้องใช้มากเลยทีเดียวด้วย
เมื่อการช็อปปิ้งเพลินจนเกินไปทำให้เกิดปัญหาด้านการเงิน แน่นอนว่าสิ่งที่จะตามมาคือความเครียด แทนที่จะช็อปแล้วคลายเครียด กลับกลายเป็นช็อปแล้วเครียดมากกว่าเดิม หากว่าไม่อยากช็อปเพลินจนทำให้เกิดความเครียดแทนความสุขนั้น ก็ควรที่จะมีการวางแผนก่อนการช็อปให้ดี โดยเฉพาะเรื่องของการวางแผนเกี่ยวกับเงินที่ต้องใช้ หากสามารถวางแผนให้ดีได้ แน่นอนว่าการช็อปปิ้งจะช่วยบำบัดความเครียดได้จริง ๆ ดังนั้นใครที่ประสบปัญหาในเรื่องนี้อยู่ ก็อย่าลืมวางแผนการช็อป และวางแผนด้านการเงินเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังนั่นเอง
